• Welcome to โฆษณาฟรี โปรโมเว็บ ลงขายของ ลงประกาศฟรี.
 
Welcome to โฆษณาฟรี โปรโมเว็บ ลงขายของ ลงประกาศฟรี. Please login or sign up.

ธ.ค 09, 2022, 08:27 ก่อนเที่ยง

Login with username, password and session length

Shoutbox

Administrator

2022 Jul 31 12:26:59
**การโพสให้รูปโชว์หน้าแรก** ให้แทรกรูปไว้บนสุดของบทความ

Recent

สมาชิก
  • สมาชิกทั้งหมด: 52
  • Latest: anatomi88
Stats
  • กระทู้ทั้งหมด: 160
  • หัวข้อทั้งหมด: 142
  • Online today: 7
  • Online ever: 23
  • (ก.ย 22, 2022, 04:56 ก่อนเที่ยง)
ผู้ใช้ออนไลน์
Users: 0
Guests: 6
Total: 6

คุณทราบหรือไม่ กาแฟมีวิธีการชงมากกว่าที่คุณคิด

เริ่มโดย Administrator, ก.ย 21, 2022, 04:01 หลังเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

Administrator



กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ทำจากเมล็ดกาแฟคั่วซึ่งได้จากต้นกาแฟและยังมีวิธีการชงที่หลากหลาย กาแฟในปัจจุบัน     มีเมนูให้เลือกสรรที่มีทั้งใส่นมหรือครีมลงในกาแฟด้วย ในกาแฟหนึ่งถ้วยจะมีคาเฟอีนอยู่ประมาณ 80-140 มิลลิกรัม คาเฟอีนในกาแฟสามารถทำให้ร่างกายสดชื่น ลดอาการง่วงนอน  แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนได้เนื่องจากมีโรคประจำตัวแต่ติดใจในรสชาติและกลิ่นที่หอมของกาแฟจึงทำให้คนเหล่านั้นเลือกดื่ม กาแฟไม่มีคาเฟอีนแทน
การชงกาแฟถือเป็นศาสตร์หนึ่งของกาแฟเพราะมีวิธีการชงที่แตกต่างกัน วันนี้เราจึงนำวิธีการชงกาแฟมาให้คุณได้ทราบกัน
1.   การชงแบบ French press  เป็นหนึ่งในวิธีทีชงกาแฟที่ง่ายที่สุด ทำได้ง่ายๆ ทำเองได้ที่บ้านโดยไม่ต้องใช้ฝีมือในการชงอย่างมาก  หลักการคือ น้ำกาแฟไปแช่ในน้ำร้อนโดยที่ตัวเครื่องชงสามารถกรองผงกาแฟที่ไม่ละลายน้ำออกได้ การชงแบบนี้ส่วนใหญ่จะนิยมชงกับ กาแฟดำ 

2.   การชงแบบ Drip เป็นการชงกาแฟที่สามารถคุมรสชาติกาแฟได้ตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟ การคั่วเมล็ดกาแฟ การบดเมล็ดกาแฟ น้ำหนักมือของการเทน้ำ อัตราการไหลของน้ำร้อนผ่านเมล็ดกกาแฟที่บดแล้ว ระยะเวลาในการที่น้ำผ่านเมล็ดกาแฟที่บดระหว่างชง ปัจจัยพวกนี้ล้วนมีผลต่อรสชาติกาแฟทั้งสิ้น

3.   การชงแบบ Aeropress  เป็นหนึ่งในการชงกาแฟเพื่อหาสูตรที่ดีที่สุด การชงลักษณะนี้จะคล้ายกับการชงกาแฟ แบบ Espresso machine แต่แรงดันจะน้อยกว่าเนื่องจากเป็นการใช้มือกด

4.   การชงแบบ Moka pot เป็นวิธีชงกาแฟที่มีมาแต่โบราณ คือ การนำหม้อต้มกาแฟไปต้มโดยสามารถใช้ได้ทั้งเตาแก๊ส เตาไฟฟ้า หรือ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้น้ำที่อยู่ตรงส่วนล่างเดือดและไอน้ำจะลอยตัวขึ้นมาผ่านเมล็ดกาแฟที่บดแล้วออกมาเป็นน้ำกาแฟ จะได้กาแฟที่มีรสชาติเข้ม พอๆ กับการทำ กาแฟอเมริกาโน่ร้อน ผ่านเครื่องชง Espresso machine

5.   การชงแบบ Vacuum pot หรือ Syphon เป็นการชงที่เหมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เป็นการต้มกาแฟแบบ Moka pot  โดยการต้มน้ำให้เดือดเพื่อให้ไอน้ำลอยขึ้นไปผสมเมล็ดกาแฟที่บดไว้ หลังจากการดับไฟแล้ว น้ำจะไหลกลับมาที่โถด้านล่างโดยมีการกรองเมล็ดกาแฟที่บดแล้วแต่ไม่ละลายน้ำออก เช่นเดียวกับการชงแบบ French press

6.   การชงแบบ Espresso เป็นการชงกาแฟที่นิยมและเห็นตามร้านกาแฟต่างๆ หลักการคือ ใช้เครื่องชง Espressp machine ในการสร้างแรงดันน้ำผ่านผงเมล็ดกาแฟทำให้ได้รสชาติกาแฟที่เข้มข้นและหนักแน่น จุดเด่นของการชงแบบนี้ คือ Creama หรือน้ำมันที่ได้จากการสกัดกาแฟ การชงแบบนี้เหมาะกับเมนูกาแฟที่มีตามร้านกาแฟในปัจจุบัน โดยเป็นกาแฟที่มาจากการนำกาแฟเอสเปรสโซ่มาเป็นส่วนประกอบ

อย่างไรก็ตาม การชงกาแฟในแต่ละแบบนั้น ควรศึกษาและหาเมล็ดกาแฟและผงกาแฟให้เหมาะกับการชงในแต่ละแบบด้วย เช่น การชงแบบแรงดันน้ำหรือแรงอัด จะต้องใช้ผงละเอียด แต่หากเป็นการชงแบบเฟรนช์เพรส ก็ต้องบดให้หยาบขึ้นและระยะเวลาที่ชงก็จะเพิ่มขึ้นตามลำดับ ในการชงจะต้องควบคุมปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อรสชาติ อาทิ เมล็ดกาแฟที่ใช้ การบดกาแฟ ขนาดของผงกาแฟที่บด ต้องสัมพันธ์ กับเครื่องชงและระยะเวลาการไหล ของกาแฟ ขณะชง  น้ำที่ใช้ชงกาแฟ ระยะเวลาในการชง เป็นต้น